วันที่ความสัมพันธ์ของเราเริ่มต้น
posted on 24 Sep 2009 12:29 by a-man-call-artเรื่องราวของผมกับพี่ซันเริ่มต้นเมื่อปลายปีที่แล้ว
จากวันที่เขาส่งข้อความหาผม เราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์จากนั้นเรื่อยมา ส่วนมาก เขาจะเป็นฝ่ายโทรหาผม ไอ้นิสัยผม มันชอบที่จะคุยโทรศัพท์ หรือคุยทาง msn ได้มากกว่าคุยกันซึ่งหน้า เลยกลายเป็นฝ่ายชวนเขาคุย จนเขาล้อผมว่า “ตอนเจอหน้าไม่เห็นคุยเก่งแบบนี้เลย”
ผมเสพติดอินเทอร์เน็ตเข้าขั้นโคม่าครับ มีทั้ง hi5 facebook twitter เอาไว้คุยกับเพื่อน ๆ แก้เหงา
ในครั้งแรก ๆ ที่เขาโทรหาผม เรามักคุยกันเรื่องทั่วไป เรื่องงานของเขา เรื่องงานของผม ลมฟ้าอากาศไปเรื่อยเปื่อย แต่โดยมากมักเป็นการคุยเรื่องงานของแต่ละฝ่ายซะมากกว่า เมื่อเริ่มสนิท เราก็เริ่มคุยเรื่องส่วนตัวของกันและกันบ้าง หรือแซวกันบ้าง จากที่คุยทางโทรศัพท์หากัน ก็เป็นการคุยกันทาง msn ทั้งผมและเขาติด web cam เลยได้เห็นหน้ากันแทบทุกวัน
ครั้งนึง เขาโทรหาผมในระหว่างกำลังอยู่ในห้างสรรพสินค้า ตอนคุยกันเสียงดังมาก เขาบอกว่า กำลังจะเข้าไปดูหนัง ว่าง ๆ เลยโทรมาคุยด้วย ผมถามเป็นเชิงแหย่ไปว่า “แล้วพี่มาคุยแบบนี้ ระวังคนไปด้วยหึงเอานะพี่” พี่ซันก็ตอบมาว่า “พี่มาคนเดียว เมื่อไหร่เราจะว่างมาดูหนังกับพี่ที่กรุงเทพเสียทีล่ะ”
เล่นเอาผมหัวเราะก๊าก นึกว่าเขาเล่นมุก เลยแหย่กลับไปว่า “อย่าท้านะพี่ ไว้ไปหาจริง ๆ เมื่อไหร่จะหนาว”
แล้วพี่ซันก็ตอบมาอย่างไวพอกันว่า “อยากหนาวเหมือนกัน จะได้ชวนคนที่นครสวรรค์มานอนกอด”
ไอ้เพราะแหย่กันไปแหย่กันมาแบบนี้ละครับ หลายครั้ง เขาพยายามรบเร้าให้ผมเข้ามากรุงเทพ จนในที่สุด ผมก็ตัดสินใจจะไปหาเขาที่กรุงเทพจริง ๆ ผมบอกที่บ้านว่า มาติดต่องาน แต่จริง ๆ แล้วผมมาหาเขา วันนั้นวันศุกร์ครับ ผมขับรถออกจากบ้านประมาณสี่โมงครึ่ง กว่าจะถึงกรุงเทพก็เกือบทุ่ม
เรานัดเจอกันที่พารากอน กว่าผมจะฝ่าการจราจรเข้าไปก็สองทุ่มกว่าแล้ว ระหว่างขับรถจากบ้านไปถึงกรุงเทพ เขาโทรหาผมทุกครึ่งชั่วโมง คงกลัวว่าผมจะไม่มา หรือไม่ก็กลัวจะแวะที่ไหนก่อนจะมาหาเขา เขารออยู่แล้วครับ
นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้เจอพี่ซัน เขาดูผ่อนคลายมากกว่าครั้งแรกที่เจอกัน พี่ซันใส่เสื้อยืดคอปก สีขาวปกน้ำเงิน เข้ารูป กางเกงยีนส์ แต่ยังใส่แว่นเหมือนเดิม เพิ่งสังเกตว่า พี่ซันสูงกว่าผมไม่มาก พอเห็นผม พี่ซันก็ยิ้ม ๆ มองหน้าผมเหมือนจะสำรวจอะไรสักอย่าง จนผมนั่งลง พี่ซันก็เอื้อมมือมาขยี้ผมของผมเบา ๆ แล้วก็ถามว่า “เหนื่อยไหมครับ ขับรถมาตั้งไกล” ผมก็เลยบ่นไปว่า “เหนื่อยดิพี่ รถโคตรติด ทีหลังนัดนอกเมืองหน่อยได้มั้ยครับเนี่ย”
พี่ซันหัวเราะก๊าก แล้วก็บอกว่า “ทีหลังไปเจอพี่ที่ห้องเลย บ้านพี่อยู่ตลิ่งชัน”
…..เอาแล้วไงกรู….
แต่ก็นั่นละครับ พี่ซันก็ทั้งน่ารัก คุยสนุก ซะอย่างนั้น แล้วเขาก็หยิบยื่นไมตรีมาให้ผมเสียขนาดนั้น ไอ้ผมก็ไม่เคยปฏิเสธใครซะด้วยสิ ท้ากันถึงขนาดนี้แล้ว จะหนีก็ไม่ใช่ไอ้อาร์ทสิครับ
เราคุยกันไป แหย่กันไปจนถึงเกือบสามทุ่ม จากเดิมที่เคยขี้อาย ไม่ค่อยกล้าคุย จนกลายเป็นคุยเก่งและพูดไม่หยุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ผมช่างสรรหาเรื่องมาคุยอะไรได้มากมาย และผมก็ได้รู้ว่าพี่ซันก็เป็นคนช่างสังเกตมากคนนึง
ในระหว่างเราคุยกันไป อยู่ ๆ พี่ซันก็หยุดคุย มองที่มือผม แล้วก็มองหน้าผม ถามว่า
“อาร์ทแต่งงานแล้วหรือ”
ผมเลยได้รู้ว่า พี่อาร์ทมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของผม มีแหวนทองที่ผมใส่ติดมือมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ห้า