เรื่องราวของผมกับพี่ซันเริ่มต้นเมื่อปลายปีที่แล้ว 

 

จากวันที่เขาส่งข้อความหาผม  เราก็ติดต่อกันทางโทรศัพท์จากนั้นเรื่อยมา  ส่วนมาก  เขาจะเป็นฝ่ายโทรหาผม  ไอ้นิสัยผม  มันชอบที่จะคุยโทรศัพท์ หรือคุยทาง msn ได้มากกว่าคุยกันซึ่งหน้า   เลยกลายเป็นฝ่ายชวนเขาคุย  จนเขาล้อผมว่า  ตอนเจอหน้าไม่เห็นคุยเก่งแบบนี้เลย 

 

ผมเสพติดอินเทอร์เน็ตเข้าขั้นโคม่าครับ  มีทั้ง hi5  facebook  twitter  เอาไว้คุยกับเพื่อน ๆ แก้เหงา  

 

 

 ในครั้งแรก ๆ ที่เขาโทรหาผม  เรามักคุยกันเรื่องทั่วไป  เรื่องงานของเขา  เรื่องงานของผม  ลมฟ้าอากาศไปเรื่อยเปื่อย  แต่โดยมากมักเป็นการคุยเรื่องงานของแต่ละฝ่ายซะมากกว่า  เมื่อเริ่มสนิท  เราก็เริ่มคุยเรื่องส่วนตัวของกันและกันบ้าง  หรือแซวกันบ้าง  จากที่คุยทางโทรศัพท์หากัน  ก็เป็นการคุยกันทาง msn   ทั้งผมและเขาติด web cam  เลยได้เห็นหน้ากันแทบทุกวัน 

 

ครั้งนึง  เขาโทรหาผมในระหว่างกำลังอยู่ในห้างสรรพสินค้า  ตอนคุยกันเสียงดังมาก  เขาบอกว่า  กำลังจะเข้าไปดูหนัง ว่าง ๆ เลยโทรมาคุยด้วย   ผมถามเป็นเชิงแหย่ไปว่า  แล้วพี่มาคุยแบบนี้  ระวังคนไปด้วยหึงเอานะพี่ พี่ซันก็ตอบมาว่า  พี่มาคนเดียว  เมื่อไหร่เราจะว่างมาดูหนังกับพี่ที่กรุงเทพเสียทีล่ะ 

 

เล่นเอาผมหัวเราะก๊าก  นึกว่าเขาเล่นมุก  เลยแหย่กลับไปว่า  อย่าท้านะพี่  ไว้ไปหาจริง ๆ เมื่อไหร่จะหนาว

 

แล้วพี่ซันก็ตอบมาอย่างไวพอกันว่า  อยากหนาวเหมือนกัน  จะได้ชวนคนที่นครสวรรค์มานอนกอด  

 

 

ไอ้เพราะแหย่กันไปแหย่กันมาแบบนี้ละครับ    หลายครั้ง  เขาพยายามรบเร้าให้ผมเข้ามากรุงเทพ  จนในที่สุด  ผมก็ตัดสินใจจะไปหาเขาที่กรุงเทพจริง ๆ   ผมบอกที่บ้านว่า  มาติดต่องาน  แต่จริง ๆ แล้วผมมาหาเขา  วันนั้นวันศุกร์ครับ ผมขับรถออกจากบ้านประมาณสี่โมงครึ่ง  กว่าจะถึงกรุงเทพก็เกือบทุ่ม 

 

 

เรานัดเจอกันที่พารากอน  กว่าผมจะฝ่าการจราจรเข้าไปก็สองทุ่มกว่าแล้ว   ระหว่างขับรถจากบ้านไปถึงกรุงเทพ  เขาโทรหาผมทุกครึ่งชั่วโมง  คงกลัวว่าผมจะไม่มา  หรือไม่ก็กลัวจะแวะที่ไหนก่อนจะมาหาเขา เขารออยู่แล้วครับ 

 

 

นี่เป็นครั้งที่สองที่ผมได้เจอพี่ซัน  เขาดูผ่อนคลายมากกว่าครั้งแรกที่เจอกัน  พี่ซันใส่เสื้อยืดคอปก  สีขาวปกน้ำเงิน เข้ารูป  กางเกงยีนส์  แต่ยังใส่แว่นเหมือนเดิม    เพิ่งสังเกตว่า  พี่ซันสูงกว่าผมไม่มาก  พอเห็นผม  พี่ซันก็ยิ้ม ๆ มองหน้าผมเหมือนจะสำรวจอะไรสักอย่าง  จนผมนั่งลง  พี่ซันก็เอื้อมมือมาขยี้ผมของผมเบา ๆ แล้วก็ถามว่า เหนื่อยไหมครับ  ขับรถมาตั้งไกล ผมก็เลยบ่นไปว่า  เหนื่อยดิพี่  รถโคตรติด  ทีหลังนัดนอกเมืองหน่อยได้มั้ยครับเนี่ย 

 

พี่ซันหัวเราะก๊าก  แล้วก็บอกว่า  ทีหลังไปเจอพี่ที่ห้องเลย  บ้านพี่อยู่ตลิ่งชัน 

 

…..เอาแล้วไงกรู…. 

 

แต่ก็นั่นละครับ  พี่ซันก็ทั้งน่ารัก  คุยสนุก  ซะอย่างนั้น  แล้วเขาก็หยิบยื่นไมตรีมาให้ผมเสียขนาดนั้น  ไอ้ผมก็ไม่เคยปฏิเสธใครซะด้วยสิ  ท้ากันถึงขนาดนี้แล้ว  จะหนีก็ไม่ใช่ไอ้อาร์ทสิครับ 

 

เราคุยกันไป  แหย่กันไปจนถึงเกือบสามทุ่ม  จากเดิมที่เคยขี้อาย  ไม่ค่อยกล้าคุย  จนกลายเป็นคุยเก่งและพูดไม่หยุด ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่า   ผมช่างสรรหาเรื่องมาคุยอะไรได้มากมาย  และผมก็ได้รู้ว่าพี่ซันก็เป็นคนช่างสังเกตมากคนนึง 

 

ในระหว่างเราคุยกันไป  อยู่ ๆ พี่ซันก็หยุดคุย  มองที่มือผม  แล้วก็มองหน้าผม  ถามว่า 

 

อาร์ทแต่งงานแล้วหรือ 

 

ผมเลยได้รู้ว่า  พี่อาร์ทมองที่นิ้วนางข้างซ้ายของผม  มีแหวนทองที่ผมใส่ติดมือมาแล้วปีนี้เป็นปีที่ห้า

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet