สับราง

posted on 13 Nov 2009 13:03 by a-man-call-art

 

ผมชักจะอึดอัดและรำคาญพัฒน์ขึ้นมาหน่อย ๆ แล้ว 

 

 

ผมคิดว่า  ทั้งเขาและผมต่างก็ได้ในสิ่งที่เราต้องการไปแล้ว  แล้วเขายังจะมาตามผมทำไม   หรือเขาคิดว่า  การที่เรามีอะไรกัน  แสดงว่าเขามีสิทธิจะเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตผมได้  ผมไม่รู้ว่า ตัวเองคิดมากไปหน่อยหรือเปล่า  แต่ความหงุดหงิดจากที่น้ำโกรธผม  และการถูกรบกวนจากพัฒน์แต่เช้า เลยทำให้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี  และไม่ได้โทรหาพี่ซันอย่างที่เคยทำทุกเช้าตอนขับรถออกจากบ้าน 

 

และผมยิ่งหงุดหงิดหนักเข้าไปอีก  เมื่อเห็นรถพัฒน์จอดอยู่หน้าบริษัท  เขารู้จักที่ทำงานผมได้ไงวะเนี่ย 

 

ผมลงจากรถด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี  พัฒน์จอดรถอยู่หน้าบริษัท  และคงเห็นผมเลี้ยวรถเข้ามาที่บริษัทแล้ว  เขาลงจากรถแล้วเดินตามเข้ามา  ผมถามเขาเสียงห้วน ๆ ว่า  รู้จักที่ทำงานผมได้ยังไง  พัฒน์ก็ยิ้ม ๆ บอกว่า  ที่ทำงานอาร์ทหาไม่ยากหรอก พัฒน์ก็ลอง ๆ หาข้อมูลเล่น ๆ ดู แล้วบังเอิญเจอ    พัฒน์ดูอารมณ์ดีจนคงไม่สังเกตว่าผมไม่ค่อยพอใจเขาเท่าไหร่ 

 

 

ผมบอกให้พัฒน์ไปรอที่โรงแรมก่อน  แล้วตอนเที่ยงผมจะแวะไปหา  พัฒน์ทำท่าจะไม่ยอมไป  แต่ผมก็บอกว่า  ผมมีงานต้องเคลียร์เยอะ  และวันนี้ต้องรีบออกไปพบลูกค้าด้วย  เขาถึงยอมกลับไป ผมเข้ามาถึงออฟฟิศด้วยหน้าตาไม่สู้ดี  เพื่อน ๆ คงพอสังเกตเห็น  เลยไม่มีใครกล้ามายุ่งกับผม 

 

 

พอผมเริ่มจะอารมณ์เย็นลงหน่อย  ก็เลยกดโทรศัพท์หาพี่ซัน  พอพี่ซันรับสาย  เขาก็ถามผมเสียงดุ ๆ ว่า  เมื่อวานตอนนั่งรถกลับนครสวรรค์ปิดเครื่องทำไม   ผมแทบจะตะโกนออกมาตอนนั้นเลยว่า  อะไรกันนักหนาโว๊ย !”  แต่ก็ได้แต่สงบอารมณ์ตอบไปว่า  แบตหมด  พี่ซันยังไม่เลิกถาม  เขาถามว่า แล้วทำไมเพิ่งโทรมาตอนนี้   ผมก็อ้อมแอ้มตอบไปอย่างอารมณ์เย็นที่สุดในชีวิตว่า    เมื่อเช้ายุ่ง ๆ ไปทำธุระกับที่บ้านมา เพิ่งเข้ามาถึงที่ทำงาน 

 

พี่ซันก็ยังดูไม่ค่อยเชื่อผมนัก  แต่เขาก็ไม่ถามอะไรมาก  เราคุยกันอีกสองสามประโยค  ผมบอกว่าผมต้องรีบออกไปพบลูกค้า  แล้วจะโทรหาใหม่  พี่ซันเลยวางหูไป   ผมยุ่งกับงานตลอดช่วงเช้า  แต่ก็ไม่ลืมจะโทรหาน้ำ  ถึงแม้เธอจะไม่อยากคุยกับผม  ถามคำก็ตอบคำ  แต่ผมก็ยังพยายามจะหาเรื่องคุยกับเธอให้ได้  และเรื่องเดียวที่ทำให้เธอยอมคุยกับผมก็คือเรื่องลูก  ผมบอกเธอว่า เย็นนี้จะพาเธอกับลูกไปทานข้าวนอกบ้าน  เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร จนเที่ยง  ผมกำลังจะออกไปหาพัฒน์ที่โรงแรมตามที่บอกเขาไว้ 

 

 

แต่ปรากฏว่า  รถเขาจอดรออยู่หน้าบริษัท     ...เฮ้อ.... 

 

เขายังยิ้มอารมณ์ดีให้ผม  พัฒน์บอกว่า  พอเช็คเอาท์ก็มารอผมที่นี่  กลัวผมจะเบี้ยวไม่ยอมไปหาอีก  ถึงผมจะหงุดหงิดอยู่นิด ๆ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า  ก็ดีไปอย่าง  ผมไม่ต้องไปหาเขาที่โรงแรม  เพราะเกิดมีใครมาเห็นแล้วเอาไปบอกน้ำ  ผมก็แย่    เลยอารมณ์ดีขึ้นนิด 

 

 

ผมนั่งรถไปทานข้าวกับพัฒน์ที่ร้านอาหารแถวบริษัท  พัฒน์เอาอกเอาใจผมดี  แต่ดูเขาพยายามที่จะรู้เรื่องของผมมากเกินไปนิด   เขาพยายามถามเรื่องงานของผม  ถามประวัติผม  ซึ่งผมก็พูดจริงบ้าง  โกหกบ้าง  ปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่งบ้าง ผมบอกเขาเหมือนที่บอกพี่ซันว่า  ผมพักอยู่กับญาติที่นี่  คนที่บ้านไม่รู้ว่าผมเป็นยังไง  และผมก็ไม่อยากให้รู้  พัฒน์ก็ดูทำท่าว่าจะเข้าใจผมอยู่   พัฒน์บอกว่า  เขาก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน  คือ ทางบ้านไม่รู้  แต่เขาก็โชคดีกว่าหน่อย  คือ เขาแยกออกมาพักอยู่คนเดียว  พัฒน์ถามผมว่า  แล้วทำไมผมถึงไม่แยกออกไปเช่าหอพักอยู่ข้างนอก  ผมก็บอกไปว่า  ญาติ ๆ อยากให้ผมพักอยู่ด้วย  จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย  และจะได้ช่วยดูแลยายด้วย  พัฒน์เลยล้อว่า ผมเป็นเด็กดี      ผมก็ได้แต่หัวเราะแหะ.แหะ 

 

กว่าที่พัฒน์จะยอมกลับกรุงเทพไปได้  ผมก็ได้เข้างานบ่ายโมงกว่า เพราะเขาพยายามรั้งให้ผมอยู่ด้วย  และคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ว่า  ผมจะเข้ากรุงเทพเมื่อไหร่  ด้วยความรำคาญ  ผมเลยตอบส่ง ๆ ไปว่า  เสาร์อาทิตย์จะเข้าไป  พัฒน์ก็ดูจะดีใจมากเป็นพิเศษ  เลยยอมปล่อยผมกลับมาทำงานได้   ใจจริง ๆ แล้วเสาร์นี้  ผมจะมาหาพี่ซันต่างหาก  แต่เอาเถอะ  แล้วก็ค่อยแวะไปหาพัฒน์ก็ได้ 

 

วันนั้น  ตลอดบ่าย  ผมทำงานผิด ๆ ถูก ๆ เพราะพี่ซันก็โทรเข้ามาหาเรื่องผม  ช่วงเที่ยงที่ผมทานข้าวกับพัฒน์   พี่ซันโทรเข้ามาหลายสาย   แต่ผมไม่ได้รับ    จนบ่ายโมงครึ่ง  ผมถึงรับสายเขาได้   ผมกลัวเวลาพี่ซันโกรธแฮะ เพราะถึงเขาจะดูอารมณ์เย็นและเป็นผู้ใหญ่   แต่เวลาโกรธ    เขาก็อารมณ์แรงน่าดูเหมือนกัน  ประโยคแรกที่พี่ซันถามผม คือ  เมื่อเที่ยงไปไหนกับใครมา  ทำไมไม่ว่างรับสาย   ผมต้องรีบแก้ตัวว่า  ผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่ทำงาน  พี่ซันก็ยังไม่ยอมลดละ  ถามผมว่า   เมื่อวานนั่งรถกลับ  บอกว่า  แบตหมด  วันนี้บอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ทำงาน  แล้วเย็นนี้จะบอกว่าอะไรดี  ญาติมาหาที่ทำงานเลยรับสายไม่ได้...หรือเปล่าครับ 

 

ดูท่าเขาจะหงุดหงิดกับผมเอามาก   ถ้าคำตอบผมไม่ถูกใจ  เขาคงอาละวาดกับผมไม่เลิกแน่  ผมเลยต้องพยายามอารมณ์เย็นอย่างที่สุดเพื่อจะเอาใจเขา  ผมบอกเขาว่า พี่ซันโกรธอะไรอาร์ทละครับ  อาร์ทไม่ได้ไปไหน ทำแต่งานทั้งวัน  ยุ่งจะตายอยู่แล้ว  จะมีเวลาไปมีใครอีกละครับ นี่เป็นไม้ตายที่ผมมักใช้พับพี่ซันเสมอ ๆ เวลาที่ผมไม้ได้ติดต่อเขาในเวลาที่เคยติดต่อ  แล้วพี่ซันก็จะเงียบไป 

 

 

แต่คราวนี้เขาไม่เงียบ  เขาตอบกลับผมมาว่า  พี่ไม่รู้หรอกว่าอาร์ทมีใครหรือเปล่า เพราะพี่ไม่ได้อยู่กับอาร์ท  พี่อยู่กรุงเทพ  พี่จะรู้หรือว่า ที่นครสวรรค์อาร์ทมีใคร ?” 

 

เอาละสิ  เขาจะมาไม้ไหนกับผมเนี่ย

อะไรกันวะเนี่ย !

posted on 10 Nov 2009 16:29 by a-man-call-art

 

ผมไม่คิดว่าน้ำจะแกล้งถามเพื่อดักคอผม  แต่ยังคิดไม่ออกว่า น้ำรู้ได้ยังไงว่า ผมไปมาเลย์  หรือผมแอบไปมีพิรุธตรงไหน  ผมก็ไม่ได้บอกเพื่อนคนไหนนี่นา  และน้ำก็ไม่ใช่คนที่จะมานั่งซักถามเรื่องของผมเอาจากเพื่อน ๆ  แล้วน้ำรู้ได้ยังไง 

 

ผมยังคิดไม่ออก เลยยืนงงอยู่พักนึง  แต่ปากก็แกล้งถามไปว่า ไปเที่ยวอะไร  เมื่อไหร่  น้ำไม่ตอบ  แต่เดินไปเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เธอเปิดทิ้งไว้  เป็น face book ของผมเอง  และผมทิ้งข้อความไว้เองว่า  20-22 ไปมาเลย์   ผมเลยนิ่งไป  รู้แล้วว่าพลาดไป  ผมคงลืม log out แต่ก็ไม่คิดว่า น้ำจะมาเช็ค facebook ผม  

 

ในใจแว่บอีกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้   ตายห่..ะ  ในนั้นยังมีข้อความที่ผมคุยกับผู้ชายที่ผมไปแอดมาอีกเพียบ 

 

น้ำไม่พูดไม่จาอะไร  เธอแต่งตัวเสร็จก็ออกจากห้องไป  ผมจะเดินตามออกมา  พ่อแม่เธอก็ยังอยู่ข้างนอก  ถ้าพูดอะไรไปตอนนี้  ผมมีแต่จะจนมุม  เลยได้แต่ทำตัวให้เป็นปกติ  น้ำอยากโกรธก็โกรธไป  ผมง้อเธอนิดหน่อยเธอก็คงหาย  หรือถ้าเธอโกรธมาก  อย่างดีก็คงแค่ไม่พูดกับผมไปสักสองสามวัน  แล้วพอผมเอาใจเธอหน่อย  เธอก็คงเงียบไปได้  ถึงแม้ในใจน้ำอาจจะยังคิด  แต่ผมก็เชื่อว่า  น้ำไม่ใช่คนที่จะมาตีโพยตีพายเอากับผม 

 

 

คิดได้แบบนั้น  ผมก็สบายใจขึ้น ผมไปอาบน้ำ  แต่งตัว เอาเสื้อผ้าออกจากกระเป๋าตามปกติ  แต่ก็แอบชำเลืองมองน้ำเป็นระยะ ๆ เห็นเธอนั่งทำงานอยู่เป็นปกติ  และไม่มีท่าทีว่าจะมาหาเรื่องผม  ผมก็แอบดอดเข้าห้องไปนอน  เอาไว้พรุ่งนี้  ค่อยว่ากันต่อ ทั้งที่เหนื่อย ๆ แต่ผมก็นอนไม่ค่อยหลับ  จนสักพักใหญ่ ๆ น้ำเข้ามานอน   มีทอรุ้งนอนกั้นระหว่างผมกับน้ำ    

 

 

ผมค่อย ๆ ขยับตัวทอรุ้งออกมา เพื่อจะเว้นที่ว่างให้ผมเข้าไปนอนข้าง ๆน้ำ    ผมรู้ว่าน้ำยังไม่หลับ  เธอไม่ขยับตัวหนี  แต่หันหลังให้ผม  ผมไม่สนใจ  กอดเอวเธอไว้ แล้วหอมแก้มเธอเบา ๆ   พร้อมกับถามว่า โกรธอาร์ทมากหรอ น้ำเงียบ  ผมถามต่อว่า  อาร์ทอยากไปเที่ยวกับเพื่อน ๆ บ้าง  ก็น้ำไม่มีเวลาไปกับอาร์ทเลย  พอชวนก็บอกว่าไม่ว่างท่าเดียวอ่ะ 

 

ผมหาทางไหลของผมไปได้เรื่อย ๆ แต่น้ำก็ยังไม่ตอบอะไร  เธอไม่ยอมแม้แต่จะหันหน้ากลับมา  ผมเลยขยับตัวไปหมกแก้มเธออีกรอบ  แล้วก็กลับมากอดเธอ  บอกเธอว่า อาร์ทรักน้ำนะ  ไม่โกรธอาร์ทนะ น้ำก็ยังเงียบอยู่ดี  คราวนี้ผมไม่กวนเธอแล้ว   ปล่อยเธอนอนนิ่ง ๆ ไป  ในใจคิดว่า เอาไว้พรุ่งนี้ค่อยง้อใหม่   

 

วันรุ่งขึ้น  น้ำยังไม่ยอมคุยกับผม  ผมก็ได้แต่ทำตัวเรียบร้อย  หวังว่าเดี๋ยวเธอจะหายโกรธ  โดยเข้าทางลูกสาวผมแทน  ทอรุ้งชอบอ้อนให้ผมอาบน้ำแต่งตัวให้  ผมเลยได้โอกาส  อุ้มลูกไปอาบน้ำ  แต่งตัวให้  พาเธอเดินไปส่งที่หน้าบ้านรอรถโรงเรียน  กลับเข้ามาก็เข้ามาช่วยดูชุดทำงานให้น้ำ  ผมชอบดูแลเรื่องการแต่งตัวให้น้ำ  บางครั้งคิดว่าเธอออกจะแต่งตัวดูเชย ๆ เลยชอบที่จะเลือกชุดให้น้ำใส่  แล้วเพื่อนที่ทำงานเธอก็มักชมเธอเรื่องการแต่งตัวเสมอ    

 

วันนี้ผมเข้าไปช่วยจัดปกเสื้อให้เธอ  น้ำก็ยังเฉย ๆ อยู่ และพยายามจะเดินหนี  แต่ผมก็รั้งตัวเธอไว้  รู้สึกในใจนิด ๆ ว่า  ง้อผู้หญิงนี่เหนื่อยน่าดู  ถ้าไม่ใช่น้ำผมก็คงไม่ง้อขนาดนี้   (เพราะที่ผ่านมา ก็มีแต่ผู้ชายมาง้อผมซะมากกว่า ) น้ำแต่งตัวกำลังจะออกจากบ้าน  ผมเดินไปส่งเธอที่ประตูหน้าบ้าน  ก็พอดีกับที่มีเสียงโทรศัพท์มือถือเข้ามา  ไม่ใช่พี่ซันและไม่ใช่พัฒน์แน่ ๆ เพราะสองคงนี้ไม่เคยโทรหาผมตอนเช้าขนาดนี้  และถึงโทรมา  เห็นเป็นเบอร์เขา  ผมก็ไม่รับ    ผมมองเบอร์ที่เครื่อง  056 xxx  เป็นรหัสพื้นที่ของนครสวรรค์  ผมคิดว่าเป็นเบอร์ของลูกค้า หรือเพื่อนที่ทำงาน  เลยกดรับ 

 

หวัดดีครับที่รัก  ตื่นแต่เช้าเลยนะครับ      

 

สียงพัฒน์..  พัฒน์ยังไม่ได้กลับกรุงเทพหรือ   !!! 

 

ผมแทบจะเผลอเรียกชื่อเอาออกมาตอนนั้น   น้ำยังไม่ได้ขับรถออกไป  ผมก็ยังยืนอยู่ข้าง ๆ เธอ  ช่วยถือกระเป๋าเอกสาร  น้ำมองหน้าผม  คงเห็นผมเงียบไป  ผมก็ได้แต่อึก ๆ อัก ๆ    ตอบไปว่า ครับ  แล้วก็บอกว่า  เดี๋ยวผมโทรกลับนะครับ  แล้วก็รีบกดทิ้ง 

 

น้ำมองหน้าผมนิ่ง  เหมือนจะถามอะไร  ผมเลยรีบยื่นกระเป๋าให้  แล้วบอกว่า  ลูกค้า  โทรมาตามงาน  ไว้เดี๋ยวค่อยโทรกลับ    ผมรู้ว่าน้ำไม่เชื่อ  แต่เธอก็ไม่ถาม  พอน้ำออกจากบ้านไป  ผมรีบโทรเข้ามือถือพัฒน์ ปรากฏว่าเขาปิดเครื่อง  ผมเลยโทรกลับไปเบอร์เดิมที่เขาโทรมาเมื่อเช้า ปรากฏว่าเป็นเบอร์โรงแรมแห่งหนึ่งในตัวเมือง 

 

 

ผมแข็งใจถามชื่อพัฒน์ไป  ในใจแอบภาวนาว่า  อย่าให้มีลูกค้าชื่อนี้อยู่ หรือถ้ามีก็ให้เขา check out แล้ว 

 

แต่คำภาวนาของผมไม่สำเร็จ  เพราะทางนั้นตอบมาว่า  อ๋อ..คุณพิพัฒน์  พักอยู่ห้อง 310 ค่ะ  รอสักครู่นะคะ 

 

ผมแทบจะกลั้นใจตายตรงนั้น  ทำไมพัฒน์ยังไม่กลับกรุงเทพ  !!   ผมรอไม่ถึงครึ่งนาที  ก็ได้เสียงพัฒน์ทักผมอย่างร่าเริงว่า  ว่าไงครับที่รัก  เมื่อกี้ไม่สะดวกคุยหรือ  อุตสาห์จะโทรไปเซอร์ไพรส์ซะหน่อย  ผมชักไม่ค่อยมีอารมณ์เล่นแล้ว  ในใจนึกโกรธนิด ๆ ไม่รู้โกรธอะไรเหมือนกัน    แต่ก็ถามเขาด้วยน้ำเสียงปกติไปว่า  พัฒน์พักที่นี่หรอครับ  ทำไมไม่กลับบ้านล่ะ  รู้สึกเหมือนกันว่าตัวเองถามโง่ ๆ

 

 

แต่อารมณ์ขณะนั้น ผมนึกอะไรไม่ออก  พัฒน์ก็ตอบผมมาอย่างอารมณ์ดีว่า  ก็ยังไม่อยากกลับ  ยังอยากอยู่กับอาร์ทอีกสักวัน  ว่าวันนี้จะรับอาร์ทไปทานข้าวเที่ยงด้วยกันแล้วค่อยกลับ   

 

เฮ้อ......อะไรกันวะเนี่ย  !!!!!!!!   

เล่นกับไฟ..ไฟไหม้มือ

posted on 03 Nov 2009 12:13 by a-man-call-art

ผมตามพัฒน์ขึ้นไปถึงห้อง  ห้องพักเขาอยู่ชั้น 3  ถึงจะไม่ไกลนัก  แต่จากความเหนื่อยในการเดินทาง  เมื่อผมมาถึงห้อง  ผมก็เดินไปหาเก้าอี้นั่งด้วยความเมื่อย  พัฒน์มองผมแล้วอมยิ้ม  เขาไปนั่งที่เตียง  แล้วตบที่เบาะข้าง ๆ เรียกผมให้ไปนั่งด้วย   

 

ผมลุกขึ้นไปนั่งข้าง ๆ แล้วก็มองไปรอบห้อง  ห้องพัฒน์สะอาดสะอ้านดี  ข้าวของมีไม่มาก  ผมสังเกตว่า  ของใช้ภายในห้องบางอย่างมากเกินกว่าจะใช้สำหรับคนเดียว  ผมเลยถามเขายิ้ม ๆ ว่า  พัฒน์อยู่คนเดียวแน่หรือ  พัฒน์หัวเราะตอบผมว่า  บางทีเพื่อน ๆ ก็มาค้างด้วยมั่ง    แต่ผมคิดว่าคงไม่ใช่เพื่อน  เพราะท่าทางเขาขี้เหงาออกอย่างนั้น  คงไม่อยู่คนเดียวตลอดแน่ ๆ   

 

 

แต่ผมก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ  ชักเริ่มง่วง เพราะเหนื่อยและเพลียจากการเดินทาง  จากที่นั่ง ก็เลยเปลี่ยนเป็นขยับไปนอน  แล้วก็บอกพัฒน์ว่า  ห้องน่านอนจัง  ขออาร์ทหลับซักงีบได้ไหมครับ พัฒน์ยิ้ม  ๆ ไม่ว่าอะไร  เขาไปทำอะไรกุกกักอยู่ที่โต๊ะพักนึง  ผมชักเริ่มง่วงเลยไม่ทันสนใจอะไร  แล้วก็เผลอหลับไป  มารู้สึกตัวก็เมื่อรู้สึกว่ามีลมหายใจอุ่น ๆ เป่าที่อยู่ข้างหู 

 

พอลืมตาขึ้น ก็เห็นหน้าพัฒน์แทบจะแนบกับแก้มผม  พัฒน์นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียว  ผมได้กลิ่นสบู่อ่อน ๆ ยังมีคราบหยดน้ำเกาะที่ตัวเขา  พัฒน์มานอนข้าง ๆ ผม แล้วก็ชันตัวขึ้นมองหน้าผมยิ้ม ๆ เมื่อเห็นผมลืมตามองเขา  เขาก็บอกผมว่า อาร์ทน่ารักมากเลย  รู้ตัวหรือเปล่า 

 

เขาคงไม่อยากจะให้ผมตอบว่า รู้ หรือไม่รู้ หรอก  เพราะตอนนี้หน้าของเขาแนบอยู่ที่แก้มของผมแล้ว   แล้วปากของเขาก็กำลังจะประกบปากของผม  ผมยังนิ่ง ๆ อยู่ ในใจคิดว่าจะเอายังไงต่อดี  แต่ผมก็คิดอะไรไม่ทันเสียแล้ว เพราะเขาโน้มตัวมาทับที่ตัวผมไว้  แค่นั้น  ผมก็หยุดที่จะคิดทุกอย่าง  เอาไว้มีอะไรก็ค่อยคิดทีหลัง 

 

เวลาผ่านไปค่อนข้างนาน  สำหรับบทรักของเขา  ผมได้รู้ว่าพัฒน์มีเสน่ห์รุนแรงกว่าพี่ซันซึ่งสุขุมกว่า    แล้วมันเป็นบทรักที่ทำให้ผมพอใจ  ผมไม่ถามตัวเองว่า  รู้สึกยังไรกับพัฒน์  แค่รู้สึกมีความสุข  และคิดว่าเขาเองก็มีความสุข  แค่นั้นก็น่าจะพอ 

 

ผมคิดว่าพัฒน์หลับ  เลยค่อย ๆ ขยับตัวออก  แต่เขากลับมาคว้าผมกลับไป  แล้วก็บอกว่า  จะรีบไปไหน  มาให้กอดก่อนนะ  แล้วเขาก็ไม่ยอมปล่อยผมออกไปไหน  จนผมบอกว่าจะเข้าห้องน้ำ  เขาถึงยอมปล่อย  แล้วยังรีบบอกให้ผมกลับมา   

 

ผมแอบเข้ามากดโทรศัพท์ดูในห้องน้ำ  ลืมไปว่าตัวเองปิดมือถือเอาไว้  แอบถอนหายใจโล่งอกหน่อย  ถ้าพี่ซันหรือน้ำโทรมาตอนนี้ ผมคงแย่  เอาไว้ค่อยกลับไปบอกแล้วกันว่า  แบตหมด      แล้วผมก็กลับไปนอนให้พัฒน์กอดตามเดิม 

 

 

จนประมาณ 10 กว่านี้หลังจากนั้น  ผมจึงลุกขึ้นแต่งตัว  ในขณะที่พัฒน์ยังดูท่าเหมือนไม่อยากให้ผมไป  พัฒน์พยายามรั้งผมไว้  แล้วก็ถามว่าเมื่อไหร่จะมากรุงเทพ  ซึ่งผมก็บอกว่าผมยังไม่รู้  และพัฒน์ก็พยายามจะเค้นหาคำตอบจากผมให้ได้  ซึ่งมันก็ทำให้ผมอึดอัดบ้าง  แล้วก็บอกเขาว่า  ถ้าจะมาเมื่อไหร่แล้วจะบอก 

 

พัฒน์คงเห็นผมเริ่มจะหงุดหงิด  เขาเลยเปลี่ยนท่าทีอ่อนลง  เขาเข้ามากอดแล้วก็หอมแก้มผม  พูดเป็นเชิงเอาใจว่า  ไม่ถามแล้วก็ได้  ว่างเมื่อไหร่ก็มาแล้วกัน  แต่วันนี้ให้พัฒน์ไปส่งที่นครสวรรค์นะ   ผมรีบปฏิเสธ  แต่คราวนี้พัฒน์ไม่ยอม  เขารบเร้าที่จะไปให้ได้  เพราะอ้างว่า อาร์ทเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว  ให้พัฒน์ขับรถไปส่ง  ถ้าอาร์ทไม่อยากให้เข้าบ้านก็ไปส่งตรงไหนก็ได้ แล้วอาร์ทให้ที่บ้านมารับก็ได้นี่ครับ 

 

ผมคิดในใจถึงความเสี่ยงที่เกิดขึ้นถ้าจะให้พัฒน์ไปส่ง  แต่ก็ลองคิดดูแล้ว  ถ้าให้เขาส่งในเมือง หรือที่ห้าง  แล้วค่อยนั่งรถกลับเองก็น่าจะได้  เขาคงไม่พยายามจะตื้อไปบ้านผม  เพราะผมเคยบอกแล้วว่า  ที่บ้านไม่รู้ว่าผมเป็นแบบนี้   ผมนิ่งคิดอยู่ไม่นาน ก็ตอบตกลง ดีเหมือนกัน  จะได้หลับไปในรถ  ไม่ต้องเสียตังค์ค่ารถทัวร์ 

 

เมื่อผมตอบตกลง  พัฒน์ดูจะดีอกดีใจเป็นพิเศษ  ผมเองก็ไม่รู้ว่าเขามาติดใจผมตรงไหน ทั้งที่เราเองก็รู้จักกันไม่นาน  และเขาก็ดูท่าจะมีความสัมพันธ์กับคนอื่น ๆ แบบนี้มาแล้วไม่น้อย 

 

ในระหว่างขับรถกลับนครสวรรค์  ผมหลับ ๆ ตื่น ๆ ไปตลอดทาง เพราะเหนื่อยและเพลียมาก ๆ คิดในใจว่าถ้ากลับถึงบ้าน คงหลับเป็นตาย  แต่ในช่วงที่ตื่น ก็แอบเห็นพัฒน์เหลือบมามองผมอยู่บ่อย ๆ   จนกระทั่งถึงนครสวรรค์ในเวลาไม่นานนัก  ผมบอกให้เขาส่งผมที่ตลาด บอกเขาว่าจะแวะซื้อของ  แล้วจะให้ที่บ้านมารับ  ซึ่งเขาก็ไม่ว่าอะไร  แค่หอมแก้มผม  แล้วก็บอกว่า ถ้าจะมากรุงเทพ ให้บอกเขาด้วย  ผมก็ได้แต่ตอบขอบคุณไป  และบอกเขาให้ขับรถกลับดี ๆ  

 

ตอนลงจากรถ  ผมแอบทำท่าโล่งใจที่มาถึงด้วยดี  โดยเขาไม่ดึงดันที่จะไปรู้จักบ้านผม  ไมรู้ว่าเขาสังเกตเห็นหรือเปล่า ผมไม่ได้ให้ที่บ้านมารับอย่างที่บอกเขา  แต่นั่งรถโดยสารหลังตลาดกลับบ้าน ซึ่งก็ใช้เวลาไม่ถึง 5 นาที 

 

ผมกลับมาถึงบ้านก็ดึกมาแล้ว  ทอรุ้งหลับไปแล้ว แต่น้ำยังไม่หลับ  เธอเพิ่งอาบน้ำเสร็จ และกำลังแต่งตัวอยู่หน้ากระจก  ผมรู้สึกผิดนิด ๆ เลยไปกอดเอวเธอไว้  แล้วถามว่า ลูกหลับนานหรือยัง 

 

น้ำไม่ตอบคำถามผม  แต่ถามกลับด้วยน้ำเสียงเย็น ๆ ว่า ไปมาเลย์สนุกไหม 

 

เล่นเอาผมตัวชา