สับราง
posted on 13 Nov 2009 13:03 by a-man-call-art
ผมชักจะอึดอัดและรำคาญพัฒน์ขึ้นมาหน่อย ๆ แล้ว
ผมคิดว่า ทั้งเขาและผมต่างก็ได้ในสิ่งที่เราต้องการไปแล้ว แล้วเขายังจะมาตามผมทำไม หรือเขาคิดว่า การที่เรามีอะไรกัน แสดงว่าเขามีสิทธิจะเข้ามาก้าวก่ายในชีวิตผมได้ ผมไม่รู้ว่า ตัวเองคิดมากไปหน่อยหรือเปล่า แต่ความหงุดหงิดจากที่น้ำโกรธผม และการถูกรบกวนจากพัฒน์แต่เช้า เลยทำให้ผมอารมณ์ไม่ค่อยดี และไม่ได้โทรหาพี่ซันอย่างที่เคยทำทุกเช้าตอนขับรถออกจากบ้าน
และผมยิ่งหงุดหงิดหนักเข้าไปอีก เมื่อเห็นรถพัฒน์จอดอยู่หน้าบริษัท เขารู้จักที่ทำงานผมได้ไงวะเนี่ย
ผมลงจากรถด้วยสีหน้าไม่ค่อยดี พัฒน์จอดรถอยู่หน้าบริษัท และคงเห็นผมเลี้ยวรถเข้ามาที่บริษัทแล้ว เขาลงจากรถแล้วเดินตามเข้ามา ผมถามเขาเสียงห้วน ๆ ว่า รู้จักที่ทำงานผมได้ยังไง พัฒน์ก็ยิ้ม ๆ บอกว่า “ที่ทำงานอาร์ทหาไม่ยากหรอก พัฒน์ก็ลอง ๆ หาข้อมูลเล่น ๆ ดู แล้วบังเอิญเจอ” พัฒน์ดูอารมณ์ดีจนคงไม่สังเกตว่าผมไม่ค่อยพอใจเขาเท่าไหร่
ผมบอกให้พัฒน์ไปรอที่โรงแรมก่อน แล้วตอนเที่ยงผมจะแวะไปหา พัฒน์ทำท่าจะไม่ยอมไป แต่ผมก็บอกว่า ผมมีงานต้องเคลียร์เยอะ และวันนี้ต้องรีบออกไปพบลูกค้าด้วย เขาถึงยอมกลับไป ผมเข้ามาถึงออฟฟิศด้วยหน้าตาไม่สู้ดี เพื่อน ๆ คงพอสังเกตเห็น เลยไม่มีใครกล้ามายุ่งกับผม
พอผมเริ่มจะอารมณ์เย็นลงหน่อย ก็เลยกดโทรศัพท์หาพี่ซัน พอพี่ซันรับสาย เขาก็ถามผมเสียงดุ ๆ ว่า เมื่อวานตอนนั่งรถกลับนครสวรรค์ปิดเครื่องทำไม ผมแทบจะตะโกนออกมาตอนนั้นเลยว่า “อะไรกันนักหนาโว๊ย !” แต่ก็ได้แต่สงบอารมณ์ตอบไปว่า แบตหมด พี่ซันยังไม่เลิกถาม เขาถามว่า แล้วทำไมเพิ่งโทรมาตอนนี้ ผมก็อ้อมแอ้มตอบไปอย่างอารมณ์เย็นที่สุดในชีวิตว่า เมื่อเช้ายุ่ง ๆ ไปทำธุระกับที่บ้านมา เพิ่งเข้ามาถึงที่ทำงาน
พี่ซันก็ยังดูไม่ค่อยเชื่อผมนัก แต่เขาก็ไม่ถามอะไรมาก เราคุยกันอีกสองสามประโยค ผมบอกว่าผมต้องรีบออกไปพบลูกค้า แล้วจะโทรหาใหม่ พี่ซันเลยวางหูไป ผมยุ่งกับงานตลอดช่วงเช้า แต่ก็ไม่ลืมจะโทรหาน้ำ ถึงแม้เธอจะไม่อยากคุยกับผม ถามคำก็ตอบคำ แต่ผมก็ยังพยายามจะหาเรื่องคุยกับเธอให้ได้ และเรื่องเดียวที่ทำให้เธอยอมคุยกับผมก็คือเรื่องลูก ผมบอกเธอว่า เย็นนี้จะพาเธอกับลูกไปทานข้าวนอกบ้าน เธอก็ไม่ได้ว่าอะไร จนเที่ยง ผมกำลังจะออกไปหาพัฒน์ที่โรงแรมตามที่บอกเขาไว้
แต่ปรากฏว่า รถเขาจอดรออยู่หน้าบริษัท ...เฮ้อ....
เขายังยิ้มอารมณ์ดีให้ผม พัฒน์บอกว่า พอเช็คเอาท์ก็มารอผมที่นี่ กลัวผมจะเบี้ยวไม่ยอมไปหาอีก ถึงผมจะหงุดหงิดอยู่นิด ๆ แต่ก็คิดในแง่ดีว่า ก็ดีไปอย่าง ผมไม่ต้องไปหาเขาที่โรงแรม เพราะเกิดมีใครมาเห็นแล้วเอาไปบอกน้ำ ผมก็แย่ เลยอารมณ์ดีขึ้นนิด
ผมนั่งรถไปทานข้าวกับพัฒน์ที่ร้านอาหารแถวบริษัท พัฒน์เอาอกเอาใจผมดี แต่ดูเขาพยายามที่จะรู้เรื่องของผมมากเกินไปนิด เขาพยายามถามเรื่องงานของผม ถามประวัติผม ซึ่งผมก็พูดจริงบ้าง โกหกบ้าง ปิดเอาไว้ครึ่งหนึ่งบ้าง ผมบอกเขาเหมือนที่บอกพี่ซันว่า ผมพักอยู่กับญาติที่นี่ คนที่บ้านไม่รู้ว่าผมเป็นยังไง และผมก็ไม่อยากให้รู้ พัฒน์ก็ดูทำท่าว่าจะเข้าใจผมอยู่ พัฒน์บอกว่า เขาก็ตกอยู่ในสภาพเดียวกัน คือ ทางบ้านไม่รู้ แต่เขาก็โชคดีกว่าหน่อย คือ เขาแยกออกมาพักอยู่คนเดียว พัฒน์ถามผมว่า แล้วทำไมผมถึงไม่แยกออกไปเช่าหอพักอยู่ข้างนอก ผมก็บอกไปว่า ญาติ ๆ อยากให้ผมพักอยู่ด้วย จะได้ประหยัดค่าใช้จ่าย และจะได้ช่วยดูแลยายด้วย พัฒน์เลยล้อว่า ผมเป็นเด็กดี ผมก็ได้แต่หัวเราะแหะ.แหะ
กว่าที่พัฒน์จะยอมกลับกรุงเทพไปได้ ผมก็ได้เข้างานบ่ายโมงกว่า เพราะเขาพยายามรั้งให้ผมอยู่ด้วย และคาดคั้นเอาคำตอบให้ได้ว่า ผมจะเข้ากรุงเทพเมื่อไหร่ ด้วยความรำคาญ ผมเลยตอบส่ง ๆ ไปว่า เสาร์อาทิตย์จะเข้าไป พัฒน์ก็ดูจะดีใจมากเป็นพิเศษ เลยยอมปล่อยผมกลับมาทำงานได้ ใจจริง ๆ แล้วเสาร์นี้ ผมจะมาหาพี่ซันต่างหาก แต่เอาเถอะ แล้วก็ค่อยแวะไปหาพัฒน์ก็ได้
วันนั้น ตลอดบ่าย ผมทำงานผิด ๆ ถูก ๆ เพราะพี่ซันก็โทรเข้ามาหาเรื่องผม ช่วงเที่ยงที่ผมทานข้าวกับพัฒน์ พี่ซันโทรเข้ามาหลายสาย แต่ผมไม่ได้รับ จนบ่ายโมงครึ่ง ผมถึงรับสายเขาได้ ผมกลัวเวลาพี่ซันโกรธแฮะ เพราะถึงเขาจะดูอารมณ์เย็นและเป็นผู้ใหญ่ แต่เวลาโกรธ เขาก็อารมณ์แรงน่าดูเหมือนกัน ประโยคแรกที่พี่ซันถามผม คือ “เมื่อเที่ยงไปไหนกับใครมา ทำไมไม่ว่างรับสาย” ผมต้องรีบแก้ตัวว่า ผมลืมโทรศัพท์ไว้ที่ทำงาน พี่ซันก็ยังไม่ยอมลดละ ถามผมว่า “เมื่อวานนั่งรถกลับ บอกว่า แบตหมด วันนี้บอกว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ทำงาน แล้วเย็นนี้จะบอกว่าอะไรดี ญาติมาหาที่ทำงานเลยรับสายไม่ได้...หรือเปล่าครับ”
ดูท่าเขาจะหงุดหงิดกับผมเอามาก ถ้าคำตอบผมไม่ถูกใจ เขาคงอาละวาดกับผมไม่เลิกแน่ ผมเลยต้องพยายามอารมณ์เย็นอย่างที่สุดเพื่อจะเอาใจเขา ผมบอกเขาว่า “พี่ซันโกรธอะไรอาร์ทละครับ อาร์ทไม่ได้ไปไหน ทำแต่งานทั้งวัน ยุ่งจะตายอยู่แล้ว จะมีเวลาไปมีใครอีกละครับ” นี่เป็นไม้ตายที่ผมมักใช้พับพี่ซันเสมอ ๆ เวลาที่ผมไม้ได้ติดต่อเขาในเวลาที่เคยติดต่อ แล้วพี่ซันก็จะเงียบไป
แต่คราวนี้เขาไม่เงียบ เขาตอบกลับผมมาว่า “พี่ไม่รู้หรอกว่าอาร์ทมีใครหรือเปล่า เพราะพี่ไม่ได้อยู่กับอาร์ท พี่อยู่กรุงเทพ พี่จะรู้หรือว่า ที่นครสวรรค์อาร์ทมีใคร ?”
เอาละสิ เขาจะมาไม้ไหนกับผมเนี่ย